อยากให้ลูกพูดภาษาอังกฤษได้ก่อน 3 ขวบ... ต้องอ่านเรื่องนี้


เมื่อวานผมซื้อหนังสือมาอ่านเล่มหนึ่ง ชื่อ “ เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ ” เขียนโดย คุณพงษ์ระพี เตชพาหพงษ์ (www.2pasa.com) คุณพ่อที่สามารถสอนลูกสาวให้พูดภาษาอังกฤษได้เหมือนเด็กต่างชาติตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 3 ขวบ และนำมาถ่ายทอดไว้ในหนังสือเล่มนี้


ผมใช้เวลาอ่าน 1 วัน ตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ปกหน้า ปกหลัง ทั้งด้านใน ด้านนอก เรียกว่าอ่านทุกคำ ทุกข้อความ (แต่กำลังจะอ่านรอบ 2 อีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ตั้งใจจะอ่านช้า ๆ เพื่อหาแนวทางมาประยุกต์ใช้กับลุกชายวัย 6 ขวบของผม)

ที่รีบอ่านรอบแรกจบเร็วเพราะอยากรู้ว่าคุณพ่อท่านนี้มีวิธีการสอนลูกอย่างไร ใช้ทฤษฎีไหน เทคนิคอะไร ในฐานะวิทยากร ผมก็อยากเรียนรู้แบบครูพักลักจำเทคนิคแปลก ๆ ใหม่ จะได้นำไปใช้สอนผู้ใหญ่บ้าง

ซึ่งตอนนี้ผมรู้เทคนิคของเขามากพอสมควร แต่กำลังศึกษาเพิ่มเติมตามเว็บไซต์ และสื่อที่เขาแนะนำไว้ในหนังสือเล่มนี้

แต่วันนี้ผมอยากแนะนำให้พ่อแม่ที่มีลูกไม่ว่า จะเป็นลูกเล็ก ๆ หรือลูกโต รวมทั้งว่าที่คุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ว่าที่คุณลูกของตัวเองพูดภาษาอังกฤษได้ก่อน 3 ขวบ ไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านโดยด่วน
เพราะมีคำพูดยืนยันของหลาย ๆ คน ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ลองอ่านดูนะครับ

“ เด็กจีนมาเลย์ เขาสามารถพูดได้สามภาษา(อังกฤษ จีนกลาง มาเลย์) เด็กสวิสพูดสามภาษา(เยอรมัน อิตาเลียน ฝรั่งเศส) ทั้งสองกลุ่มพูดได้จากสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริม เด็กไม่ต้องอัจฉริยะแต่อย่างใดก็ทำได้หลังผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบ และได้เห็นลูกของผู้เขียนตั้งแต่ยังเล็กและเมื่อโตขึ้นแค่สองขวบปลายก็พูดได้อย่างคล่องแคล่วสองภาษา ผมเชื่อเด็กสองภาษา พ่อแม่ไทยสร้างได้จริง ขอให้ตั้งใจและมุ่งมั่น ทุกคนทำได้ และจะเสียดายมาก ถ้าโอกาสในช่วงวัยเด็กที่ดีที่สุดนั้นผ่านไป เพราะช่วงนั้นมีแค่ครั้งเดียวในชีวิตของเด็ก “ (ดร.ขยัน จันทรสถาพร)

“ อ่านจบ ผมมีความรู้สึกต่อว่า มันคงดีมากเลยที่ครอบครัวไทยเริ่มจากกลุ่มเล็กๆ ที่ความมุ่งหมายและมุ่งมั่น คงจะทำให้อนาคตของเด็กไทยเรื่องภาษาอังกฤษก้าวหน้ามากขึ้น และเป็นทางเลือกให้กับครอบครัวที่แม้ไม่มีสตางค์ส่งลูกเรียนอินเตอร์ แต่อยากให้ลูกเก่ง สามารทำได้ด้วยตัวเอง โดยพ่อแม่เป็นครูสอน “ (ดร.พงษ์ธร วราศัย คุณพ่อลูกหนึ่ง 1 ขวบ 2 เดือน)

“ ตอนแรกคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ เพราะอังกฤษอ่อนมาก แต่หนังสือเล่มนี้ทำให้เห็นว่าพ่อแม่ไม่จบนอก ก็สอนลูกพูดอังกฤษเก่งได้ “ (ศิริวรรณ เฉวียงภพ คุณแม่ลุกสอง 9 ขวบ และ 5 ขวบ)

“ ผมทึ่งอย่างมาก หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ เพราะแนวความคิดของผู้เขียนเป็นแนวคิดที่เรียบง่าย แต่สามารถนำไปใช้ในการสอน ให้เด็กๆ สามารถเรียนรู้ทางด้านภาษาได้อย่างธรรมชาติ ซึ่งผมก็ใช้แนวทางลักษณะนี้สอนกับลูกๆ ผม ทำให้ผมเชื่อมั่นว่า พ่อแม่มือใหม่ น่าจะใช้เป็นแนวทาง เพื่อพัฒนาลูกน้อยได้ไม่อยาก เพื่อให้เขาสามารถพูดสองภาษาได้อย่างคล่องปากและเป็นธรรมชาติ “


(วิบูลย์ จุง คุณพ่อลูกสอง 8 และ 7 ขวบ)

“ อ่านแล้วรู้สึกว่า ไม่ใช่เรื่องยาก ทำได้จริง รู้สึกอยากทำบ้าง ตอนนี้เริ่มสอนวันละคำเพื่อลูกได้แค่ไหนก็แค่นั้น ดีกว่าไม่ได้ทำเลย “ (ธนิศา ถาวรอธิวสน์ คุณแม่ลูกหนึ่ง 8 เดือน)

“ หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมพบว่า การสอนภาษาอังกฤษแบบ “Native” ให้ลูกสาวจอมซนสองคนไม่ใช่เรื่องยากเย็น เชื่อเหลือเกินว่า คนที่ได้ลองอ่านและนำไปทำดู จะเห็นพัฒนาการของลูกคุณแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่า
 
เขาจะ “ทำได้” แถมทำได้ “ดี” เสียด้วย เผลอๆ คุณอาจพบว่าลูกคุณพูดภาษาอังกฤษได้ ดีกว่าตัวคุณเอง เหมือนที่ผมพบมากับตัวเอง “ (ณัฐพงษ์ พรคงเจริญ คุณพ่อลูกสอง 3 ขวบ และ 4 เดือน)

แต่คำนิยม (Testimonial) จะทำให้พ่อแม่มั่นใจว่าเทคนิคการสอนลูกให้พูดภาษาอังกฤษได้ของผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ใช้ได้ผลจริง ก็คือ

คำพูดของ แพทย์หญิง ดารารัตน์ สนับบุญ ที่บอกว่า ...

“ ..น้องเพ่ยเพ่ย เป็นเด็กหญิง รูปร่างบอบบาง ผิวขาว ปากแดง ตากลมโต เกิดในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน คุณพ่อคุณแม่จะพามาตรวจรักษา ฉีดวัคซีนสม่ำเสมอ

ครอบครัวนี้จะแตกต่างจากคนไข้อื่นๆ ตรงที่น้องเพ่ยเพ่ยจะพูดกับคุณแม่เป็นภาษาไทย และพูดกับคุณพ่อเป็นภาษาอังกฤษ ได้อย่างคล่องแคล่ว จนคุณพยาบาลผู้ช่วย มักจะมาแอบถามว่าคุณพ่อน้องเป็นต่างชาติหรอเปล่า

หมอมีจังหวะก็ได้สอบถามคุณแม่น้องเพ่ยเพ่ยว่า ทำไมน้องเพ่ยเพ่ยถึงพูดภาษาอังกฤษได้สำเนียงดีมาก ๆ ก็ได้รับคำตอบว่าคุณพ่อสอนเอง ตั้งแต่น้องยังเล็กๆ จนน้องสามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องก่อนเข้าโรงเรียน

ทำให้รู้สึกว่า แม้พ่อแม่คนไทย ไม่ได้จบจากต่างประเทศ หรือต้องเป็นลูกครึ่งแท้ก็สามารถสอนลูกให้พูดภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม ถ้ามีความมุ่งมั่นตั้งใจความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อม

หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นแนวทางสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากจะสอนลูกพูดภาษาอังกฤษด้วยตนเองได้เป็นอย่างดี “
 
 

Comment

Comment:

Tweet