หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ รายงานข่าวว่า จากผลการสำรวจของบริษัทวิจัยทางการศึกษาบริษัทหนึ่งพบว่า ประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษค่อนข้างตํ่า

จาก การสำรวจประชากร 1.7 ล้าน ในประเทศที่มิได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ 54 ประเทศ พบว่า 5 ประเทศที่แย่ที่สุดก็คือ โคลอมเบีย, ปานามา, ซาอุดีอาระเบีย, ไทย, ลิเบีย...

พอข่าวนี้ออกมาก็มีการไปสอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้องในวงการศึกษาบ้านเราหลายท่าน ว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง?

ส่วน ใหญ่ยอมรับว่า ภาษาอังกฤษของคนไทยคงจะแย่จริง สืบเนื่องมาจากการเรียนการสอนในระบบโรงเรียนของเราที่ยังมีปัญหา โดยเฉพาะการขาดแคลนครูภาษาอังกฤษที่มีความรู้ความชำนาญ

อีกทั้งการ ที่ประเทศไทยไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ทำให้เราเสียเปรียบประเทศที่เคยเป็นเมืองขึ้นที่เขามักจะได้ครูที่เป็นต้น แบบจากประเทศอังกฤษมาสอนให้โดยตรง

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการคนใหม่บอกกับนักข่าวด้วยว่า ท่านจะไปทบทวน และหาทางปรับปรุงการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ของเราให้ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

สำหรับความเห็นของผมหลังจากที่อ่านข่าวนี้แล้ว ก็คงจะสรุปได้ 2-3 ประเด็นดังต่อไปนี้ครับ

ก่อน อื่นก็คงจะต้องบอกว่าอย่าไปตกอกตกใจกับตำแหน่ง “รองบ๊วย” ที่ว่าเป็นอันขาด เพราะผมดูรายชื่อประเทศที่เขาสำรวจมาแล้วก็เห็นว่าเราไม่น่าจะแย่ถึงขนาด นั้น

แต่ถึงจะแย่จริงอย่างที่เขาสำรวจ ผมก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องเสียหายอะไร อย่าไปคิดมากเลยครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นปมด้อยไปเสียเปล่าๆ

การ เรียนภาษาที่ 2 นั้น เป็นเรื่องยากของมนุษย์ชาติทั่วโลกอยู่แล้ว ถ้าไม่มีการบังคับขับไสรับรองจะไม่มีใครที่ไหนอยากเรียนภาษาอื่นนอกจากภาษา ประจำชาติของเขาเอง

ของเราแม้จะมีการสอนภาษาอังกฤษมานมนาน แต่เราก็เรียนก็สอนกันแบบชิลๆ คือสอนไปเรื่อยๆ ใครสนหรือชอบก็เรียนไป ใครไม่สนหรือชอบน้อยก็สอบแค่ผ่านๆไป

ถามว่าการที่คนไทยอ่อนภาษาอังกฤษในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น เป็นปัญหาหรือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศหรือไม่?

ผมตอบด้วยความมั่นใจได้เลยว่า...ไม่มีปัญหาและอุปสรรคแต่อย่างใด...เพราะประเทศของเรามีระบบแบ่งงานกันทำที่ค่อนข้างดีมาก

ผู้ หลักผู้ใหญ่หรือคนทำงานในระดับสูงระดับกลางของเรารุ่นก่อนอาจไม่เก่งภาษา อังกฤษมากนัก แต่เราก็มีคนไทยที่เก่งภาษาอังกฤษ และเรียนภาษาด้วยใจรักใจชอบจนแตกฉานกระจายอยู่ทั่วประเทศหลายหมื่นหลายแสนคน มาช่วยท่าน มาเป็นล่าม มาเป็นผู้แปล มาเป็นผู้เตรียมเอกสาร หรือดูแลสัญญาต่างๆเป็นภาษาอังกฤษแทนท่านเหล่านี้

รวมทั้งยังมีคนที่ แตกฉานภาษาอังกฤษอีกจำนวนมากช่วยแปลตำรา แปลนวนิยาย หรือบทความที่เป็นความรู้ความบันเทิงมาให้คนไทยอื่นๆได้อ่านได้ดูได้ชม...ทำ ให้คนไทยทั่วประเทศมีความรู้  มีโลกทัศน์ มีวิสัยทัศน์ที่ดี ไม่แพ้ชาติอื่นๆที่เก่งภาษาอังกฤษเลยแม้แต่น้อยนิด

การพัฒนาประเทศไทย การติดต่อค้าขายกับนานาชาติจึงมิได้สะดุด และมิได้เสียเปรียบใครๆทั้งสิ้น...สามารถก้าวหน้ามาได้ตามลำดับ

ที่สะดุดไปบ้าง หรือแพ้คนอื่นเขาบ้าง มิใช่เพราะอ่อนภาษาอังกฤษ... แต่เป็นเพราะเราชอบทะเลาะกันเองเสียมากกว่า

แต่เมื่อผลสำรวจครั้งนี้ออกมา ส่งผลให้จะมีการปรับปรุงวิธีเรียน วิธีสอนภาษาอังกฤษให้ดีขึ้น ก็เอาเถิด ผมสนับสนุนเต็มที่

เพราะตระหนักดีว่า ความจำเป็นที่จะต้องใช้ภาษาอังกฤษเพื่อเป็นกุญแจในการเปิดประตูออกไปสู่โลกกว้างมีความจำเป็นยิ่งขึ้นทุกวัน

เป็น ห่วงก็แต่กระทรวงศึกษาธิการจะรับไม่ไหวเท่านั้น  เพราะทุกวันนี้ไม่ว่าจะเจาะไปทางด้านไหน ที่ประเทศชาติเราอ่อนด้อยนั้น ใครๆก็โทษกระทรวงศึกษาธิการทั้งสิ้นว่าเป็นต้นเหตุ

ถ้าจะปฏิรูปภาษาอังกฤษกันจริงๆจังๆ ต้องอย่าให้กระทรวงศึกษาฯทำแต่ฝ่ายเดียวเด็ดขาด เดี๋ยวจะแย่กว่าเดิมเสียอีก

ที่ สำคัญทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น อย่าไปวิตกอะไรมาก...ความจริงภาษาไทยภาษาเดียวก็พอแล้ว...ขอให้แตกฉานเถิด แล้วก็อ่านหนังสือภาษาไทยนี่แหละให้มากไว้...รับรองไม่มีวันแพ้ชาติไหน ในอาเซียน.

“ซูม”

โดย: ซูม

ที่มา http://m.thairath.co.th

Comment

Comment:

Tweet